บทความ
 เครื่องมือกล (Machine tools)
 Laws of Nature
 อวกาศ
 พลังงาน
 อิเล็กทรอนิกส์
 ทฤษฏีสัมพัทธภาพ
 ไครโอเจนิกส์
 เฮลิคอปเตอร์
 เกียร์อัตโนมัติ
 โทรศัพท์มือถือ
 ยาง
 รถไฟความเร็วสูง
 คลัตช์ และกระปุกเกียร์ธรรมดา
 เจ็ทแพ็ค
 แผ่นดินไหว
 คู่มือ ต้องรอด
 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
 ดาวเทียม
 เชื่อมโลหะใต้น้ำ
 กังหันลมผลิตไฟฟ้า
 เครื่องยนต์ดีเซล
 เครื่องยนต์เบนซิน
 คัมภีร์สงครามซุนวู ฉบับเข้าใจง่าย
 โลหะ
 ฟิสิกส์
 ปัญหาพระยามิลินท์
 ยานยนต์สมัยใหม่
 แมคาทรอนิกส์
 เครื่องกล 6 แกน
 เครื่องยนต์เจ็ท
 หุ่นยนต์
 สินค้า ผลงาน
 เขียนแบบ
 ออกแบบ คำนวณ
 วางโครงการ
 งานโลหะ
 อุปกรณ์
 เครื่องกล
วันนี้ 869
เมื่อวาน 1,791
สัปดาห์นี้ 869
สัปดาห์ก่อน 11,566
เดือนนี้ 47,130
เดือนก่อน 47,130
ทั้งหมด 1,487,172
  Your IP :3.235.74.184

In English

 

ภาษาไทย ด้านล่างจ้า

 

จะพยายามเขียนเป็นภาษาอังกฤษด้วย เพื่อให้คนต่างชาติได้อ่าน ไวยากรณ์อาจดีไม่พอ ต้องขออภัย

 

(I’m so sorry if grammar May not be good enough. I will try.)

 

 

 

      When enlightenment like this. His Majesty returned to begin teaching the Dharma for the benefit of the global society seriously and continued this work until the end of the 45th year of the end of life

 

Buddha statue

Recommended for continuous reading, right-click, choose

 

If interested in other books; please

  Click 

 

 

      Although not considering other reasons. Looking only in social terms, only one would see that the Buddhist activity that the Lord Buddha had practiced for the benefit of the society at that time. The best results can only be achieved by working in priest conquest.

 

      His Highness persuaded many high-ranking people to leave their wealth, to be ordained, to study and to access the teachings. Joining and working in sacrifice for the benefit of the people. By pilgrimage to people of all castes and every place that could be reached enabling broad service

 

 

      Another thing; The Clergy is an important source of solving social problems. For example in the statement that everyone, regardless of their caste after ordination, they have equal rights.

 

      As for the rich people who are not ready to sacrifice fully. Then would continue to be a layman helping to give strength to the clergy to perform his duties and bringing his possessions to the benefit of the people at the same time.

 

      Perform duties both of the Buddha And of the disciples. They had purpose and how wide that boundary.

     

      It can be seen from the Buddha's words. The first time he sent his followers to announce the religion that

 

All monks; pilgrimage for the benefit and happiness of many people To help the world For benefits And happiness for the gods And all humans

 

 

Buddhist dharma has social boundaries that can be used. And what kind of benefits will be to people

 

      It can be seen from the Buddhist Cause of faith which concludes that

 

      Celibacy (religion) is a name that is widely achieved. Very useful to many people was settled to the level that the angels and humans are well declared. Only when all the following elements are completed

 

1. The Master is the Thera Rutanyu (nighttime knowledgeable people is the old person Know for a long time, have a lot of experience Knew the situation from the beginning) time passed by ages respectively.

 

2. There are monks, have special knowledge, well trained, Brave and mighty Achieving Dharma happy from Yoga. Able to show the dharma seriously and defeat the rampant (Conflict doctrine creed or other heresies are distorted) that happened. To successfully complete according to the Dharma principles and there are monks middle-class and newcomer-class with the same ability.

 

3. There are nuns, maidens, hermitians, middle-class and newcomer-class women with the same ability.

 

4. There are laymen-followers, both virgins and have a couple which has the same ability.

 

5. There are female lay-followers, both celibacy and have a couple which has the same ability.

Buddha statue and monk

 

 

      Only the lack of female lay-followers celibacy is still not well-known and prosperous. The episode now shows that, Buddhist dharma is a doctrine aimed at all types of people. Both the monkhood and the lay-followers are covering all societies and the general characteristics of Buddhism are summarized in 2 ways as follows.

 

1. Show the middle truth path called "middle path dharma (Machenham)". Regarding the truth along the lines of pure reason. According to natural processes Presented for practical purposes only in real life. Not promoting efforts will access the truth by means of debates, creating various theories up then hold on protecting that theory with speculation in philosophical truth.

 

2. Show the middle path practice called Middle Path which is the principle of living of trainer Life savvy, not lost in credulity, focusing on success is happiness , clean, bright, calm, free. That can be seen from this life. In practice, this middle path is in relation to other elements such as the life condition of monks or the lay-followers.

 

 

Buddha

 

 

ภาษาไทย

 

 

 

      เมื่อตรัสรู้แล้วเช่นนี้ พระองค์จึงเสด็จกลับคืนมาทรงเริ่มต้นงานสั่งสอนพุทธธรรม เพื่อประโยชน์แก่สังคมของชาวโลกอย่างหนักแน่นจริงจัง และทรงดำเนินงานนี้จนตลอด ๔๕ ปี แห่งพระชนมาชีพช่วงท้าย

 

 

รูปพระพุทธรูป

แนะนำเพื่อให้อ่านได้ต่อเนื่องให้ คลิกขวาเลือก Open link in new window

หากสนใจหนังสือ อื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ 

คลิก 

 

 

      แม้ไม่พิจารณาเหตุผลด้านอื่น มองเฉพาะในแง่สังคมอย่างเดียว ก็จะเห็นว่า พุทธกิจที่พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขแก่สังคมสมัยนั้น จะสำเร็จผลดีที่สุดก็ด้วยการทำงานในบรรพชิตเพศเท่านั้น

 

 

      พระองค์จึงได้ทรงชักจูงคนชั้นสูงจำนวนมากให้ละความมั่งมีศรีสุข ออกบวช ศึกษา และเข้าถึงธรรมที่ทรงสอนแล้ว ร่วมทำงานอย่างเสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ด้วยการจาริกไปเข้าถึงคนทุกชั้นวรรณะ และทุกถิ่นที่จะไปถึงได้ ทำให้บำเพ็ญประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง

 

      อีกประการหนึ่ง คณะสงฆ์เองก็เป็นแหล่งแก้ปัญหาสังคมได้อย่างสำคัญ เช่น ในข้อว่า ทุกคน ไม่ว่าจะเกิดในวรรณะใด เมื่อบวชแล้วก็มีสิทธิเสมอกันทั้งสิ้น

 

      ส่วนเศรษฐี คฤหบดี ผู้ยังไม่พร้อมที่จะเสียสละได้เต็มที่ ก็ให้คงครองเรือนอยู่เป็นอุบาสก คอยช่วยให้กำลังแก่คณะสงฆ์ในการบำเพ็ญกรณียกิจของท่าน และนำทรัพย์สมบัติของตนออกบำเพ็ญประโยชน์สงเคราะห์ประชาชนไปด้วยพร้อมกัน

 

      การบำเพ็ญกรณียกิจทั้งของพระพุทธเจ้า และของพระสาวก มีวัตถุประสงค์ และขอบเขตกว้างขวางเพียงใด

 

      จะเห็นได้จากพุทธพจน์ ครั้งแรกที่ทรงส่งสาวกออกประกาศพระศาสนาว่า

 

“ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงจาริกไป เพื่อประโยชน์และความสุขของชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่ทวยเทพ และมนุษย์ทั้งหลาย”

 

      พุทธธรรมนั้นมีขอบเขตในทางสังคมที่จะให้ใช้ได้ และเป็นประโยชน์แก่บุคคลประเภทใดบ้าง

 

      พึงเห็นได้จากพุทธพจน์ในปาสาทิกสูตร (Cause of faith : เหตุให้เกิดความเลื่อมใส ) ซึ่งสรุปความได้ว่า

 

      พรหมจรรย์ (คือพระศาสนา) จะชื่อว่าสำเร็จผลแพร่หลายกว้างขวาง เป็นประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก เป็นปึกแผ่น ถึงขั้นที่ว่า เทวดา และมนุษย์ประกาศไว้ดีแล้ว ต่อเมื่อมีองค์ประกอบต่อไปนี้ครบถ้วน คือ

 

๑.             องค์พระศาสดา เป็นเถระ รัตตัญญู (nighttime  knowledgeable people  ผู้รู้ราตรี คือผู้เก่าแก่ รู้กาลนานมีประสบการณ์มาก รู้เหตุการณ์มาแต่ต้น) ล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับ

 

      ๒.   มีภิกษุสาวก ที่เป็นเถระ มีความรู้เชี่ยวชาญ ได้รับการฝึกฝนอบรมอย่างดี แกล้วกล้าอาจหาญ บรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ สามารถแสดงธรรมให้เห็นผลจริงจัง กำราบปรัปวาท (ลัทธิที่ขัดแย้ง วาทะฝ่ายอื่น หรือคำสอนนอกรีตผิดเพี้ยน) ที่เกิดขึ้น ให้สำเร็จเรียบร้อยโดยถูกต้องตามหลักธรรม และมีภิกษุสาวกชั้นปานกลาง และชั้นนวกะ (Newcomer ผู้ใหม่) ที่มีความสามารถเช่นเดียวกันนั้น

 

      ๓.   มีภิกษุณีสาวิกา ชั้นเถรี ชั้นปานกลาง และชั้นนวกะ ที่มีความสามารถเช่นเดียวกันนั้น

 

      ๔.   มีอุบาสก ทั้งประเภทพรหมจารี และประเภทครองเรือนเสวยกามสุข ซึ่งมีความสามารถเช่นเดียวกันนั้น

 

      ๕.   มีอุบาสิกา ทั้งประเภทพรหมจารินี และประเภทครองเรือนเสวยกามสุข ซึ่งมีความสามารถเช่นเดียวกันนั้น

 

 

รูปพระพุทธรูป และพระสงฆ์

ที่มา: https://www.bangkokpost.com

 

      เพียงแต่ขาดอุบาสิกาประเภทครองเรือนเสียอย่างเดียว พรหมจรรย์ ก็ยังไม่ชื่อว่าเจริญบริบูรณ์เป็นปึกแผ่นดี ความตอนนี้แสดงว่า พุทธธรรมเป็นคำสอนที่มุ่งสำหรับคนทุกประเภท ทั้งบรรพชิต และคฤหัสถ์ คือ ครอบคลุมสังคมทั้งหมด และลักษณะทั่วไปของพุทธธรรมนั้น สรุปได้ ๒ อย่าง คือ

 

      ๑.   แสดงหลักความจริงสายกลาง ที่เรียกว่า “มัชเฌนธรรม” หรือเรียกเต็มว่า “มัชเฌนธรรมเทศนา” ว่าด้วยความจริงตามแนวของเหตุผลบริสุทธิ์ ตามกระบวนการของธรรมชาติ นำมาแสดงเพื่อประโยชน์ทางปฏิบัติในชีวิตจริงเท่านั้น ไม่ส่งเสริมความพยายาม ที่จะเข้าถึงสัจธรรมด้วยวิธีถกเถียงสร้างทฤษฎีต่างๆ ขึ้นแล้วยึดมั่น ปกป้องทฤษฎีนั้นๆ ด้วยการเก็งความจริงทางปรัชญา

 

      ๒.   แสดงข้อปฏิบัติสายกลาง ที่เรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” อันเป็นหลักการครองชีวิตของผู้ฝึกอบรมตน ผู้รู้เท่าทันชีวิต, ไม่หลงงมงาย, มุ่งผลสำเร็จคือความสุข, สะอาด, สว่าง, สงบ, เป็นอิสระ ที่สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ในชีวิตนี้ ในทางปฏิบัติ ความเป็นสายกลางนี้ เป็นไปโดยสัมพันธ์กับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น สภาพชีวิตของบรรพชิต หรือ คฤหัสถ์ เป็นต้น

 

 

 

รูปพระพุทธเจ้า

ที่มา: https://images-na.ssl-images-amazon.com

 

<หน้าที่แล้ว                                 สารบัญ                    

Share on Facebook
 
Google

WWW
http://www.thummech.com/
ฟังเพลงออนไลน์ คลิกเลย
 
Copyright © 2013-2015 Thummech All Rights Reserved. 
Powered by  ThaiWebPlus 
คนธรรมดามีความรู้คือคนฉลาด คนฉลาดมีความเข้าใจคือคนธรรมดา