บทความ
 อวกาศ
 พลังงาน
 อิเล็กทรอนิกส์
 ทฤษฏีสัมพัทธภาพ
 ไครโอเจนิกส์
 เฮลิคอปเตอร์
 เกียร์อัตโนมัติ
 โทรศัพท์มือถือ
 ยาง
 รถไฟความเร็วสูง
 คลัตช์ และกระปุกเกียร์ธรรมดา
 เจ็ทแพ็ค
 แผ่นดินไหว
 คู่มือ ต้องรอด
 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
 ดาวเทียม
 เชื่อมโลหะใต้น้ำ
 กังหันลมผลิตไฟฟ้า
 เครื่องยนต์ดีเซล
 เครื่องยนต์เบนซิน
 คัมภีร์สงครามซุนวู ฉบับเข้าใจง่าย
 โลหะ
 ฟิสิกส์
 ปัญหาพระยามิลินท์
 ยานยนต์สมัยใหม่
 แมคาทรอนิกส์
 เครื่องกล 6 แกน
 เครื่องยนต์เจ็ท
 หุ่นยนต์
 สินค้า ผลงาน
 เขียนแบบ
 ออกแบบ คำนวณ
 วางโครงการ
วันนี้ 585
เมื่อวาน 908
สัปดาห์นี้ 2,145
สัปดาห์ก่อน 5,706
เดือนนี้ 13,276
เดือนก่อน 22,351
ทั้งหมด 770,398
  Your IP :54.80.188.87

2. ต้นยาง กับยางธรรมชาติ

 

      ชนชาติเมโสอเมริกัน เช่น ชาวมายัน และแอซเทซเป็นชนชาติแรกที่ ตัดยางเอาน้ำยางมาใช้จากต้นยางที่มีมากมายที่พบในอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ซึ่งพันธุ์ของต้นยางพารามีมากมายหลายพันธ์ ที่นิยมนำเอายางมาใช้  อาทิเช่น

 

  • ต้นยางพาราบราซิล (Hevea braziliensis) เป็นต้นยางในเชิงพาณิชย์ที่พบมากที่สุดจากประเทศบราซิล

 

 

รูปต้นยางพาราจากบราซิล

แนะนำเพื่อให้อ่านได้ต่อเนื่องให้ คลิกขวาเลือก Open link in new window

 

รูปพันธุ์ยางพาราจากบราซิล

 

  • ต้นยางพารากายอานนา (Hevea guyanensis) ต้นกำเนิดพบในกายอานนา ประเทศฝรั่งเศส

 

รูปยางพารากายอานนา

 

  • คาสติลา อีลาสติกา (Castilla elastica) บางครั้งเรียกว่าต้นยางเม็กซิโก หรือต้นยางปานามา

 

รูปยางคาสติลา อีลาสติกา

 

      การสำรวจ และการล่าอาณานิคม ของนักสำรวจได้เก็บตัวอย่างของต้นไม้เหล่านี้ไว้ เมื่อพวกเขามุ่งหน้ากลับไปสู่ยุโรปก็ได้พามันมาด้วย จนในที่สุดเมล็ดจากต้นไม้เหล่านี้ ถูกส่งไปยังสวนยางพาราในภูมิภาคเขตร้อนอื่น ๆ ในช่วงของยุคการล่าอาณานิคมของยุโรป

 

รูปวาดการล่าอาณานิคมของยุโรป

      ปัจจุบัน ยางธรรมชาติส่วนใหญ่มาจากลาตินอเมริกา นำไปปลูกที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย นอกจากนี้ยังมี อินเดีย, ศรีลังกา และ แอฟริกา เพราะพื้นที่เหล่านี้ เหมาะแก่การปลูกยาง และส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ซึ่งมีหลายพันธุ์มากมายเช่น

 

  • ยางอินเดีย หรือยางด่าง (Ficus elastica) สายพันธุ์นี้ปลูกในพื้นที่เขตร้อน พบได้ในชวา และมาเลเซีย

 

  • ยางไหม (Funtumia elastica, Silkrubber) ปลูกในพื้นที่แอฟริกาใต้

 

  • ยางแลนโดเฟีย โอวาเรียนซิส (Landolphia owariensis) ปลูกอยู่ในลุ่มแม่น้ำคองโก

 

 

แต่ทั้งหมดของต้นยางเหล่านี้ ยางที่ดีที่สุดคือ ยางที่มาจากประเทศบราซิล

     

      ชาวเมโสอเมริกัน จะเก็บรวบรวมน้ำยางที่แห้ง และมาทำเป็นลูก และสิ่งของอื่น ๆ เช่น รองเท้า พวกเขาจะจุ่มเท้าของพวกเขาลงในน้ำยาง และปล่อยให้มันแห้ง หลังจากที่แห้งก็จุ่มใหม่จนมันหนา พวกเขาก็จะลอกยางที่ติดเท้า และจะได้รองเท้าที่ใช้เท้าเป็นแม่แบบ

 

      เขาพบว่าเมื่อเสร็จแล้วก็นำไปรมควันเพื่อให้รองเท้าของพวกเขาแข็งขึ้น นอกจากนี้ชนชาวเมโสอเมริกันยังทำผ้ากันน้ำโดยเคลือบด้วยน้ำยาง และปล่อยให้มันแห้ง กระบวนการนี้ได้เคยใช้ทำสิ่งของที่เป็นยางในช่วงตลอดศตวรรษที่ 18

 

รูปลูกบอลยางของชาวเมโสอเมริกัน

 

      โคลัมบัสได้ซื้อลูกบอลยางกลับมาหลังจากที่เดินทางสำรวจโลกของเขา และในต้น พ.ศ. 2243  ตัวอย่างของยาง และต้นยางได้ถูกซื้อกลับมาที่ยุโรป ในเวลานั้น ยางก็ยังคงให้ความแปลกใหม่ ยางที่ทำในชนชาติ เมโสอเมริกัน คล้ายกับยางลบดินสอ มันมีความนุ่ม และยืดหยุ่น

 

      ในปี พ.ศ. 2313 นักเคมีที่ชื่อ โจเซฟ เพรทลีย์ (Joseph Priestley) ได้เผลอนำยางมามาใช้ลบในกระดาษ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นยางลบได้ที่เราเห็นในปัจจุบัน ขณะนั้นที่นำยางมาใช้ในการป้องกันการรั่วซึม และทำรองเท้ายาง มันก็ยังคงมีปัญหาอยู่

 

      คุณสามารถเห็นปัญหาด้วยตัวคุณเองสำหรับนำไปทำเป็นยางลบดินสอ ใช้ยางลบ และวางอยู่ภายใต้ความร้อนที่รุนแรงเป็นเวลาหลายนาที คุณจะเห็นอะไร? ยางลบจะได้รับความนุ่ม และเหนียว  ลองทำตรงข้าม คือ เอายางลบมาแช่แข็งในห้องเย็นหลายนาที จะเห็นอะไร? ยางลบจะแข็ง และเปราะ เป็นสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นกับยางในตอนแรก

 

      ลองจินตนาการที่ซึ่งมันจะชอบเดินรอบรองเท้ายางของคุณในวันที่ร้อน หรือเย็น รองเท้าจะใส่ไม่ได้ เสื้อผ้าที่เป็นยางจะติดกับเก้าอี้ถ้าขณะที่กำลังนั่งอยู่ในวันที่อากาศร้อน

 

      ส่วนยางพาราในประเทศไทย ก็มาจากสายพันธุ์ประเทศบราซิล ถูกนำเข้ามาประมาณ ปี พ.ศ. 2442 นำเข้ามาโดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นผู้นำยางมาปลูกเป็นคนแรกที่ภาคใต้ของไทยใน อ.กันตัง จ. ตรัง

 

รูปพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี

 

รูปยางต้นแรกของประเทศไทย

 

แล้วได้ส่งคนไปเรียนรู้การปลูกยาง ตัดยางแล้วมีการนำพันธ์ยางไปแจกจ่ายเพื่อส่งเสริมการปลูกทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้  จนถึงปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกยางพารามากกว่า 12 ล้านไร่ กระจายไปตามภาคใต้ ขยายต่อไปที่ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

รูปการกรีดยาง

 

รูปน้ำยาง

 

      ต้นยางที่จะเติบโตจนกระทั่งกรีดได้ต้องใช้เวลาประมาณ 6 ปี ผลผลิตที่ได้จากการกรีดยาง ซึ่งเรียกว่า น้ำยาง (Latex)  มีวิธีการกรีดน้ำยางออกมาจากต้นยางมีหลักการง่าย ๆ ก็คือ กรีดในเวลากลางคืน หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ช่วงเวลานี้ จะให้น้ำยางได้มากกว่าในเวลากลางวัน ไม่กรีดยางในวันที่ฝนตก ยางผลัดใบ

 

      การกรีดโดยนำมีดกรีดยางมาแตะกรีดที่ผิวต้นยางกรีดวันละหนึ่งชั้น ตัดในแนวทแยงทำมุมประมาณ 30 องศาบาง ๆ เพื่อเอาเศษเปลือกไม้ยางออก ก็จะมีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนมจะค่อย ๆ ไหลออกมาจากเปลือกไม้ที่กรีด ทำทางให้ไหลลงไปในจอกยาง ทิ้งเอาไว้แล้วไปกรีดต้นอื่นต่อไป

 

      หลังจากนั้นประมาณ 6 ชั่วโมง น้ำยางก็จะหยุดไหล น้ำยางจึงสามารถเก็บลงสู่ถัง นำไปขาย ทำแผ่น แล้วต้นยางก็สามารถกรีดรอยใหม่ได้อีกครั้งในวันถัดไป ปกติจะใช้วิธีการกรีด 3 วัน หยุด 1 วัน เพื่อให้ต้นยางได้พักผ่อน สามารถดูวิธีการกรีดยางได้จากวิดีโอด้านล่าง

 

วิดีโอการกรีดยาง

 

วิดีโอการกรีดยาง 2

 

เว็บไซต์วิธีการกรีดยาง

 

รูปต้นยาง

 

 

 

 

ข้อคิดดี ๆ ที่นำมาฝาก

“อยู่ในที่มืดมิด ไม่น่ากลัวเท่า

อยู่กับความคิด ที่มืดมน”

 

 

Share on Facebook
 
Google

WWW
http://www.thummech.com/
ฟังเพลงออนไลน์ คลิกเลย
 
Copyright © 2013-2015 Thummech All Rights Reserved. 
Powered by  ThaiWebPlus 
คนธรรมดามีความรู้คือคนฉลาด คนฉลาดมีความเข้าใจคือคนธรรมดา