บทความ
 การคำนวณ และออกแบบ (Calculation and design)
 เทคโนโลยีการเกษตร (Agricultural Technology)
 เครื่องมือกล (Machine tools)
 Laws of Nature
 อวกาศ
 พลังงาน
 อิเล็กทรอนิกส์
 ทฤษฏีสัมพัทธภาพ
 ไครโอเจนิกส์
 เฮลิคอปเตอร์
 เกียร์อัตโนมัติ
 โทรศัพท์มือถือ
 ยาง
 รถไฟความเร็วสูง
 คลัตช์ และกระปุกเกียร์ธรรมดา
 เจ็ทแพ็ค
 แผ่นดินไหว
 คู่มือ ต้องรอด
 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
 ดาวเทียม
 เชื่อมโลหะใต้น้ำ
 กังหันลมผลิตไฟฟ้า
 เครื่องยนต์ดีเซล
 เครื่องยนต์เบนซิน
 คัมภีร์สงครามซุนวู ฉบับเข้าใจง่าย
 โลหะ
 ฟิสิกส์
 ปัญหาพระยามิลินท์
 ยานยนต์สมัยใหม่
 แมคาทรอนิกส์
 เครื่องกล 6 แกน
 เครื่องยนต์เจ็ท
 หุ่นยนต์
 สินค้า ผลงาน
 เขียนแบบ
 ออกแบบ คำนวณ
 วางโครงการ
 งานโลหะ
 อุปกรณ์
 เครื่องกล
วันนี้ 1,482
เมื่อวาน 1,723
สัปดาห์นี้ 14,339
สัปดาห์ก่อน 17,095
เดือนนี้ 52,011
เดือนก่อน 61,779
ทั้งหมด 3,292,012
  Your IP :44.211.22.31

In English

 

ภาษาไทย ด้านล่างจ้า

 

 

 

จะพยายามเขียนเป็นภาษาอังกฤษด้วย เพื่อให้คนต่างชาติได้อ่าน ไวยากรณ์อาจดีไม่พอ ต้องขออภัย

 

(I’m so sorry if grammar May not be good enough. I will try.)

 

 

      With teachings about various kinds of ego that are interrupted until the end that. Ego is a Maximum reality (Para Brahman) is the source and infiltrates in everything. There is an inexplicable condition called " Neti neti " (not that is not that). It is the ultimate destination of religious perseverance and tries to express the meaning of the problem about the condition of this condition. While cherishing these knowledge among themselves.

 

 

flare blue

 

Recommended for continuous reading, right-click, choose

Open link in new window.

 

 

If interested in other books; please

  Click  

 

      At the same time, another priest which is tired of the absurdity of life in this world. Went to practice various forms of perseverance According to their methods with the hope of meeting the immortal life or miraculous achievements that he had hoped. Some ascetic Torture himself in various ways.

 

      Beginning with fasting to strange physical torture that ordinary people don't think will be possible.  Some meditate until they say that they can do miracles. Some of them were able to practice meditation until they were able to access to contemplation, not accessing contemplation.

 

A Brahmin priest prays

 

      On the other side; many types of priests are called monks. This has sacrifices house for ordained for seek life destinations.

 

      Have traveled around the country for debate, ask some problems. Set himself as a prophet, showing many different views of himself Until it appeared that there were various creeds Greatly. prominent Which appears in the Buddhist scriptures Up to 6 creeds.

 

 

      This condition will be briefly concluded that. At that time, one of them was booming with power, rich with wealth and enjoyment in the pursuit of material happiness. Along with many people there are deteriorating status and existence. Seldom received attention.

 

      While the other one; turned away from society go to search for truth in philosophy. Without paying attention to social conditions

 

 

      Prince Siddhartha; He was nourished by the happy world for 29 years and not just to appease only. He has also been blocked from seeing the living conditions with the suffering of ordinary people as well.

 

      But this condition; could not be hidden from him forever. Problems of suffering, various human troubles important things like aging, hurt and death. Is what makes him think and fix.

 

The encounter with the elderly, injured and clergy of Prince Siddhartha.

 

 

      This problem; Thinking reflected in a wide to see social conditions. That one of them has an advantage then seeks happiness for himself. Compete for encroachment obsessed in those pleasures. No need to think about the misery of anyone lives as slaves of objects.

 

      When happy, they are obsessed in the narrowness of the mind. When suffering comes to dominate was over enchant, unconscious, withered, strait. And then was old, hurt, died nonsensically.

 

      The disadvantaged person has no chance. Being oppressed then finally they were old, sick and dead without meaning.

 

      Prince Siddhartha saw this condition already. He bored with his living conditions. He seeing that happiness and pampering is ridiculous.

 

 

He began to get bored.

 

      He thinks for a solution to be a stable happiness, quintessential.  He thinks this solution doesn't fall. And his living conditions among such temptations and chaos does not encourage the use of effective ideas.

 

                                  Buddha and The Five Ascetics

 

      Finally, he saw the monks who is a solitude from society to search for various truths with a simple existence, worry-free and convenient in seeking knowledge and rationalize this kind of living conditions should help him solve this problem And sometimes those monks That go to find and find the truth Some people may have something that His Majesty can learn.

 

 

      At this stage; Prince Siddhartha then went out to ordain like the monks that were there in those days. He went on a pilgrimage to the knowledge that the monks of those days would know.  And practice; His Highness studied both the methods of yoga. The Lord practiced meditation until receiving meditation. Reach the highest level of discoveriness He performed miracles with great expertise and asceticism and torture him to the point of almost death

 

      In the end he decided that the way of all these monks Cannot solve problems as he wishes. When compared to His life before he was ordained. It is a life at the most tilt on both sides. Therefore turned to conducting his own searches later

 

      Until finally attaining enlightenment. This Dhamma that he discovered Later, when he was shown to others, he called Middle Principle and called the systematic guidelines that His Highness established that called Middle way 

 

      From this section; we’ll see the viewpoint according to the Buddhist philosophy that living in a society obsessed with indulging in slavery, according to the current craving. Totally escaping Not involved in any social responsibility. Tortured himself, considered to be the most tilted practice of both. Cannot allow humans to live a meaningful life.

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาษาไทย

 

      มีคำสอนเรื่อง อาตมันแบบต่างๆ ที่ขัดกัน จนถึงขั้นสุดท้ายที่ว่า อาตมัน คือ พรหมัน เป็นที่มา และแทรกซึมอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง มีภาวะที่อธิบายไม่ได้อย่างที่เรียกว่า “เนติ เนติ” (ไม่ใช่นั่น ไม่ใช่นั่น) เป็นจุดหมายสูงสุดของการบำเพ็ญเพียรทางศาสนา และพยายามแสดงความหมายโต้ตอบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสภาพของภาวะเช่นนี้ พร้อมกับที่หวงแหนความรู้เหล่านี้ไว้ในหมู่พวกตน

 

 

รูปแสง

 

แนะนำเพื่อให้อ่านได้ต่อเนื่องให้ คลิกขวาเลือก Open link in new window

 

หากสนใจหนังสือ อื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ 

คลิก 

 

 

      พร้อมกันนั้น นักบวชอีกพวกหนึ่ง ซึ่งเบื่อหน่ายต่อความไร้สาระแห่งชีวิตในโลกนี้ ก็ได้ไปบำเพ็ญเพียรแบบต่างๆ ตามวิธีการของพวกตน ๆ ด้วยหวังว่าจะได้พบชีวิตอมตะ หรือผลสำเร็จอันวิเศษอัศจรรย์ต่างๆ ที่ตนหวัง

 

      บ้างก็บำเพ็ญตบะ ทรมานตนด้วยประการต่าง ๆ ตั้งต้นแต่อดอาหารไปจนถึงการทรมานร่างกายแบบแปลก ๆ ที่คนธรรมดาคิดไม่ถึงว่าจะเป็นไปได้ บ้างก็บำเพ็ญสมาธิจนถึงกล่าวว่าทำปาฏิหาริย์ได้ต่าง ๆ บ้างก็สามารถบำเพ็ญฌานจนได้ถึงรูปสมาบัติ อรูปสมาบัติ

 

 

รูปนักบวชอินเดีย

 

      อีกด้านหนึ่ง นักบวชประเภทที่เรียกว่าสมณะอีกหลายหมู่หลายพวก ซึ่งได้สละเหย้าเรือนออกบวชแสวงหาจุดหมายชีวิตเช่นเดียวกัน

 

      ก็ได้เร่ร่อนท่องเที่ยวไปในบ้านเมืองต่าง ๆ ถกเถียงถามปัญหากันบ้าง ตั้งตนเป็นศาสดาแสดงทัศนะของตนต่าง ๆ กันหลายแบบหลายอย่าง จนปรากฏว่า เกิดมีลัทธิต่าง ๆ ขึ้นเป็นอันมาก  เฉพาะที่เด่นๆ ซึ่งปรากฏในคัมภีร์พุทธศาสนา ถึง ๖ ลัทธิ

 

 

      สภาพเช่นนี้ จะสรุปสั้น ๆ คงได้ความว่า ยุคนั้น คนพวกหนึ่งกำลังรุ่งเรืองขึ้นด้วยอำนาจ, ร่ำรวยด้วยทรัพย์สมบัติ และเพลิดเพลินมัวเมาอยู่กับการแสวงหาความสุขทางวัตถุ พร้อมกับที่คนหลายพวกก็มีฐานะและความเป็นอยู่ด้อยลง ๆ ไป ไม่ค่อยได้รับความเหลียวแล

 

      ส่วนคนอีกพวกหนึ่ง ก็ปลีกตัวออกไปเสียจากสังคมทีเดียว ไปมุ่งมั่นค้นหาความจริงในทางปรัชญา โดยมิได้ใส่ใจสภาพสังคมเช่นเดียวกัน

 

      เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงได้รับการบำรุงบำเรอด้วยโลกียสุขอยู่เป็นเวลานานถึง ๒๙ ปี และมิใช่เพียงปรนปรือเอาใจเท่านั้น ยังได้ทรงถูกปิดกั้นไม่ให้พบเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่ระคนด้วยความทุกข์ของสามัญชนทั้งหลายด้วย

 

      แต่สภาพเช่นนี้ ไม่สามารถถูกปิดบังจากพระองค์ได้เรื่อยไป ปัญหาเรื่องความทุกข์ ความเดือดร้อนต่าง ๆ ของมนุษย์ อันรวมเด่นอยู่ที่ความแก่ เจ็บ และตาย เป็นสิ่งที่ทำให้พระองค์ต้องครุ่นคิดแก้ไข

 

 

รูปการเจอคนแก่ เจ็บ ตาย และสมณะของเจ้าชายสิทธัตถะ

 

      ปัญหานี้ คิดสะท้อนออกไปในวงกว้าง ให้เห็นสภาพสังคม ที่คนพวกหนึ่งได้เปรียบกว่า ก็แสวงหาแต่โอกาสที่จะหาความสมบูรณ์พูนสุขใส่ตน แข่งขันแย่งชิงเบียดเบียนกันหมกมุ่นมัวเมาอยู่ในความสุขเหล่านั้น ไม่ต้องคิดถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของใคร ๆ ดำรงชีวิตอยู่อย่างทาสของวัตถุ

 

      ยามสุขก็ละเมอมัวเมาอยู่ในความคับแคบของจิตใจ ถึงคราวถูกความทุกข์เข้าครอบงำ ก็ลุ่มหลง, ไร้สติ, เหี่ยวแห้ง, คับแค้นเกินสมควร แล้วก็แก่ เจ็บตายไปอย่างไร้สาระ

 

      ฝ่ายคนที่เสียเปรียบ ไม่มีโอกาส ถูกบีบคั้นกดขี่อยู่อย่างคับแค้น แล้วก็แก่เจ็บตายไปโดยไร้ความหมาย

 

      เจ้าชายสิทธัตถะทรงมองเห็นสภาพเช่นนี้แล้ว ทรงเบื่อหน่ายในสภาพความเป็นอยู่ของพระองค์ มองเห็นความสุขความปรนเปรอเหล่านั้นเป็นของไร้สาระ

 

 

รูปพระองค์ทรงเริ่มเบื่อหน่าย

 

      ทรงคิดหาทางแก้ไขจะให้มีความสุขที่มั่นคงเป็นแก่นสาร ทรงคิดแก้ปัญหานี้ไม่ตก และสภาพความเป็นอยู่ของพระองค์ท่ามกลางความเย้ายวนสับสนวุ่นวายเช่นนั้น ไม่อำนวยแก่การใช้ความคิดที่ได้ผล

 

 

 

 

 

 

 

รูปพระพุทธเจ้ากับปัญจวัคคีย์

 

 

 

      ในที่สุด ทรงมองเห็นภาพพวกสมณะ ซึ่งเป็นผู้ได้ปลีกตัวจากสังคม ไปค้นคว้าหาความจริงต่าง ๆ โดยมีความเป็นอยู่ง่าย ๆ ปราศจากกังวล และสะดวกในการแสวงหาความรู้ และคิดหาเหตุผล สภาพความเป็นอยู่แบบนี้น่าจะช่วยพระองค์ให้แก้ปัญหานี้ได้ และบางทีสมณะพวกนั้น ที่ไปคิดค้นหาความจริงกันต่างๆ บางคนอาจมีอะไรบางอย่างที่พระองค์จะเรียนรู้ได้บ้าง

 

      เมื่อถึงขั้นนี้ เจ้าชายสิทธัตถะจึงเสด็จออกบรรพชาอย่างพวกสมณะที่มีอยู่แล้วในสมัยนั้น พระองค์ได้เสด็จจาริกไปศึกษาหาความรู้เท่าที่พวกนักบวชสมัยนั้นจะรู้ และปฏิบัติกัน ทรงศึกษาทั้งวิธีการแบบโยคะ ทรงบำเพ็ญสมาธิจนได้ฌานสมาบัติ ถึงอรูปสมาบัติชั้นสูงสุด ทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ได้อย่างเชี่ยวชาญยิ่ง และทรงบำเพ็ญตบะทรมานพระองค์จนแทบสิ้นพระชนม์

 

      ในที่สุดก็ทรงตัดสินได้ว่า วิธีการของพวกนักบวชเหล่านี้ทั้งหมด ไม่สามารถแก้ปัญหาดังที่พระองค์ทรงประสงค์ได้ เมื่อเทียบกับชีวิตของพระองค์ก่อนเสด็จออกบรรพชาแล้ว ก็นับว่าเป็นการดำรงชีวิตอย่างเอียงสุดทั้งสองฝ่าย จึงทรงหันมาดำเนินการคิดค้นของพระองค์เองต่อมา

 

      จนในที่สุดได้ตรัสรู้  ธรรมที่พระองค์ทรงค้นพบนี้ ต่อมาเมื่อทรงนำไปแสดงให้ผู้อื่นฟัง ทรงเรียกว่า “มัชเฌนธรรมเทศนา” หรือ หลักธรรมสายกลาง และทรงเรียกข้อปฏิบัติอันเป็นระบบที่พระองค์ทรงจัดวางขึ้นว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” หรือ ทางสายกลาง

 

      จากความท่อนนี้ จะมองเห็นทัศนะตามแนวพุทธธรรมว่า การดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างลุ่มหลงหมกมุ่นปล่อยตัวไปเป็นทาสตามกระแสกิเลสก็ดี การหลีกหนีออกไปโดยสิ้นเชิง ไม่เกี่ยวข้องรับผิดชอบอย่างใดต่อสังคม อยู่อย่างทรมานตนก็ดี นับว่าเป็นข้อปฏิบัติที่ผิดเอียงสุดด้วยกันทั้งสองอย่าง ไม่สามารถให้มนุษย์ดำรงชีวิตอย่างมีความหมายแท้จริงได้

 

 

 

 

 

<หน้าที่แล้ว                                 สารบัญ                         หน้าต่อไป>

 

 

Share on Facebook
 
Google

WWW
http://www.thummech.com/
ฟังเพลงออนไลน์ คลิกเลย
 
Copyright © 2013-2015 Thummech All Rights Reserved. 
Powered by  ThaiWebPlus 
คนธรรมดามีความรู้คือคนฉลาด คนฉลาดมีความเข้าใจคือคนธรรมดา