<font color= : Thummech.com

 บทความ
 พลังงาน
 อิเล็กทรอนิกส์
 ทฤษฏีสัมพัทธภาพ
 ไครโอเจนิกส์
 เฮลิคอปเตอร์
 เกียร์อัตโนมัติ
 โทรศัพท์มือถือ
 ยาง
 รถไฟความเร็วสูง
 คลัตช์ และกระปุกเกียร์ธรรมดา
 เจ็ทแพ็ค
 แผ่นดินไหว
 คู่มือ ต้องรอด
 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
 ดาวเทียม
 เชื่อมโลหะใต้น้ำ
 กังหันลมผลิตไฟฟ้า
 เครื่องยนต์ดีเซล
 เครื่องยนต์เบนซิน
 คัมภีร์สงครามซุนวู ฉบับเข้าใจง่าย
 โลหะ
 ฟิสิกส์
 ปัญหาพระยามิลินท์
 ยานยนต์สมัยใหม่
 แมคาทรอนิกส์
 เครื่องกล 6 แกน
 เครื่องยนต์เจ็ท
 หุ่นยนต์
 สินค้า ผลงาน
 เขียนแบบ
 ออกแบบ คำนวณ
 วางโครงการ
วันนี้ 358
เมื่อวาน 1,011
สัปดาห์นี้ 3,378
สัปดาห์ก่อน 6,161
เดือนนี้ 12,797
เดือนก่อน 24,626
ทั้งหมด 725,500
  Your IP :54.198.96.198

ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2518  สถาบันเครื่องจักรกลอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Japan Society for the Promotion of Machine Industry: JSPMI) ได้แบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์แมคาทรอนิกส์อยู่ 4 ประเภท ดังนี้

 

ประเภทที่ 1 ผลิตภัณฑ์เครื่องกลพื้นฐานที่มีอิเล็กทรอนิกส์รวมเข้าด้วยกันเพื่อก่อให้เกิดการทำงานที่ดีขึ้น ยกตัวอย่าง เครื่องมือกลควบคุมเชิงตัวเลข และเครื่องจักรกลการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนความเร็วได้

 

รูปเครื่องมือกลควบคุมเชิงตัวเลข

แนะนำเพื่อให้อ่านได้ต่อเนื่องให้ คลิกขวาเลือก Open link in new window

 

ประเภทที่ 2 ระบบเครื่องกลธรรมดาที่มีการอัพเดตอุปกรณ์ภายในให้ใช้อิเล็กทรอนิกส์เข้าควบคุม แต่ผู้ใช้ไม่สามารถแก้ไขการทำงานของระบบได้ ยกตัวอย่างเช่น จักรเย็บผ้าสมัยใหม่ และระบบการผลิตอัตโนมัติ

 

รูปจักรเย็บผ้าสมัยใหม่

 

ประเภทที่ 3 ระบบจดจำฟังชันก์การทำงานของระบบเครื่องกลธรรมดา แต่กลไกภายในถูกแทนที่ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ยกตัวอย่างเช่น นาฬิกาดิจิตอล

 

รูปนาฬิกาดิจิตอล

 

ประเภทที่ 4 ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาพร้อมกับเทคโนโลยีกลไก และอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้วิธีการทำงานประสานร่วมกัน (Synergistic integration) ยกตัวอย่างเช่น เครื่องถ่ายเอกสาร (Photocopiers), เครื่องซักผ้าอัจฉริยะ (Intelligent washers & Dryers), หม้อหุงข้าวสมัยใหม่ (Modern rice cookers) และเตาอบอัตโนมัติ ฯลฯ

 

รูปเครื่องถ่ายเอกสารสมัยใหม่

 

รูปเครื่องซักผ้า กับอบผ้าสมัยใหม่

 

      ความสามารถของเทคโนโลยีในแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์ที่เป็นเมคาทรอนิกส์ เป็นลักษณะของผลผลิตที่เป็นรูปแบบ กลไกอิเล็กทรอนิกส์ หรือกลอิเล็ก (Electromechanical) การพัฒนามีความก้าวหน้าจนทำให้เกิดการก้าวกระโดด โดยมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้แก่ ทฤษฏีควบคุม (Control theory), เทคโนโลยีการคำนวณ (Computation technology) และไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessors)

 

รูปตัวอย่างไมโครโปรเซสเซอร์

 

      จากเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ผลที่เกิดขึ้นถูกนำมาใช้ในประเภทที่ 1 มีการใช้เทคโนโลยีของเซอร์โว (Servo technology), อิเล็กทรอนิกส์กำลัง (Power electronics) และทฤษฏีควบคุม

 

รูปเทคโนโลยีด้านเซอร์โว

 

ผลที่เกิดขึ้นถูกนำมาใช้ในประเภทที่ 2 มีการใช้ความสามารถของเครื่องคำนวณเบื้องต้นที่ใช้ร่วมกับอุปกรณ์หน่วยความจำ (Memory devices) และความสามารถออกแบบวงจรสั่งงานได้

 

รูปตัวอย่างอุปกรณ์ในด้านหน่วยความจำ

 

ผลที่เกิดขึ้นถูกนำมาใช้ในประเภทที่ 3 ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์ และวงจรรวมเพื่อแทนที่การควบคุมด้วยระบบทางกล

 

รูปไมโครโปรเซสเซอร์ และไอซีถูกนำมาใช้แทนที่ระบบกลไกควบคุม

 

สุดท้ายผลที่เกิดขึ้นถูกนำมาใช้ในประเภทที่ 4 มีความชัดเจนที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของระบบแมคาทรอนิกส์จริง ๆ ผ่านการทำงานผสานกันของระบบทางกล และอิเล็กทรอนิกส์

 

      แต่ทว่า มันก็ยังไม่สมบูรณ์พร้อม จนกระทั่งประมาณปี 2518 มีการพัฒนาด้านไมโครโปรเซสเซอร์โดย บริษัทอินเทล (Intel Corporation) จึงมีการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้เพิ่มร่วมกันกับระบบทางกลจนเกิดให้เห็นเป็นภาคปฏิบัติ

 

        ประมาณปี พ.ศ. 2528 เกิดการแบ่งกันระหว่างการควบคุมรุ่นเก่า และการควบคุมรุ่นใหม่ สิ่งที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ก็คือการเกิดขึ้นของ ทฤษฏีการควบคุมเข้มแข็ง (Robust control theory) ที่ถูกนามาใช้ทั่วไปในงานของ วิศวกรรมควบคุม (Control engineering) ต้องมีการพิจารณาในเรื่องของโดเมนเวลา และโดเมนความถี่ควบคู่กัน เพื่อที่จะเตรียมเข้าไปสู่การวิเคราะห์ และออกแบบของระบบควบคุม

 

      ยิ่งกว่านั้นประมาณปี พ.ศ. 2530 มีการใช้ประโยชน์จาก ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ (Digital computer) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นของระบบควบคุมที่กลายเป็นชุดคำสั่ง หลังจากนั้นไม่นานก็มีการใช้งานกันอย่างกว้างขวาง

 

      ถึงอย่างไร คำนิยามความหมายของคำว่าแมคาทรอนิกส์สมัยใหม่เห็นได้ชัดก็คือ แมคาทรอนิกส์สมัยใหม่มีความเกี่ยวพันกับคอมพิวเตอร์ซึ่งมันกลายเป็นหัวใจของส่วนประกอบในเครื่องกล เครื่องจักรกล และเครื่องมือกลเกือบทั้งหมด

 

      นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ในความเป็นจริง การทำงานของไมโครโปรเซสเซอร์ร่วมกันกับเครื่องจักร สามารทำให้มันมีความแม่นยำในเรื่องการปรับเปลี่ยนกำลังงานทางกล และมีความสามารถปรับการทำงานของเครื่อง ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงไปตามงานที่กำลังทำอยู่ นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญของแมคาทรอนิกส์สมัยใหม่ และอุปกรณ์เครื่องกลที่มีความเป็นอัจฉริยะ

 

 

ข้อคิดดี ๆ ที่นำมาฝาก

 

"คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น

                        เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป

You get the best out of others when you give the best of yourself."


 Harvey Firestone

 

 

Share on Facebook
 
Google

WWW
http://www.thummech.com/
ฟังเพลงออนไลน์ คลิกเลย
 
Copyright © 2013-2015 Thummech All Rights Reserved. 
Powered by  ThaiWebPlus 
คนธรรมดามีความรู้คือคนฉลาด คนฉลาดมีความเข้าใจคือคนธรรมดา