โทรศัพท์มือถือ 8 : Thummech.com

 บทความ
 อิเล็กทรอนิกส์
 ทฤษฏีสัมพัทธภาพ
 ไครโอเจนิกส์
 เฮลิคอปเตอร์
 เกียร์อัตโนมัติ
 โทรศัพท์มือถือ
 ยาง
 รถไฟความเร็วสูง
 คลัตช์ และกระปุกเกียร์ธรรมดา
 เจ็ทแพ็ค
 แผ่นดินไหว
 คู่มือ ต้องรอด
 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
 ดาวเทียม
 เชื่อมโลหะใต้น้ำ
 กังหันลมผลิตไฟฟ้า
 เครื่องยนต์ดีเซล
 เครื่องยนต์เบนซิน
 คัมภีร์สงครามซุนวู ฉบับเข้าใจง่าย
 โลหะ
 ฟิสิกส์
 ปัญหาพระยามิลินท์
 ยานยนต์สมัยใหม่
 แมคาทรอนิกส์
 เครื่องกล 6 แกน
 เครื่องยนต์เจ็ท
 หุ่นยนต์
 สินค้า ผลงาน
 เขียนแบบ
 ออกแบบ คำนวณ
 วางโครงการ
วันนี้ 303
เมื่อวาน 423
สัปดาห์นี้ 726
สัปดาห์ก่อน 2,826
เดือนนี้ 8,352
เดือนก่อน 19,285
ทั้งหมด 557,235
  Your IP :54.166.188.64

8. เครือข่าย 2 จี

 

      เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ จะมีการแบ่งออกเป็นยุค ๆ จากที่ได้กล่าวเบื้องต้นมาแล้ว คือ 1จี, 2จี, 3จี, 4จี และอนาคตอันใกล้ก็จะเป็น 5จี

 

 

รูปโทรศัพท์ยุคต่าง ๆ

แนะนำเพื่อให้อ่านได้ต่อเนื่องให้ คลิกขวาเลือก Open link in new window

 

      ยุค 2G เป็นยุคที่พัฒนาต่อมา โดยการเข้ารหัสสัญญาณเสียง ด้วยการบีบอัดสัญญาณเสียงในรูปแบบดิจิตอล ให้มีขนาดจำนวนข้อมูลให้น้อยลง ซึ่งเหลือเพียงประมาณ 9 กิโลบิตต่อวินาที ต่อช่องสัญญาณ

 

ยุค 2จี ซึ่งโดยทั่วไปจะมีอยู่สามเทคโนโลยีที่ใช้ในการส่งข้อมูล ดังนี้

 

v การเข้าถึงความถี่หลายช่องทาง หรือเอฟดีเอ็มเอ (Frequency Division Multiple Access: FDMA)

 

v การเข้าถึงในเวลาหลายช่องทาง หรือทีดีเอ็มเอ (Time Division Multiple Access: TDMA)

 

v การเข้าถึงรหัสหลายช่องทาง หรือซีดีเอ็มเอ (Code Division Multiple Access: CDMA)

 

 

 

รูปเทคโนโลยียุค 2 จี

 

      แม้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้อาจมีเสียงขาด ๆ หาย ๆ หรือสายหลุดอยู่บ้าง แต่จากการพัฒนามาเรื่อย ๆ ทำให้มีการปรับปรุงคุณภาพตลอดเวลา ทำให้คนใช้ในยุค 2 จีนี้ มีความรู้สึกว่าสะดวกสบายในการโทรมากขึ้น

 

            ในแต่ละชื่อด้านบนจะมีความแตกต่างกันไป ในคำส่วนหน้าด้านบนจะบอกถึงการนำเข้าไปสู่วิธีการ ส่วนคำข้างหลังจะบ่งบอกถึงการแยกช่องทางซึ่งจะขึ้นอยู่กับวิธีการเข้าถึง

 

ใน เอฟดีเอ็มเอ ทำให้การโทรแต่ละครั้งอยู่บนความถี่ที่แยกต่างหากกัน

 

ใน ทีดีเอ็มเอ จะช่วยกำหนดการโทรแต่ละครั้ง ขณะใดขณะหนึ่งของเวลาในความถี่ที่กำหนด

 

ใน ซีดีเอ็มเอ ให้รหัสที่ไม่ซ้ำกันในการโทรแต่ละครั้ง และสามารถกระจายรหัสของมันไปมากกว่าความถี่ที่มีอยู่

 

 

8.1 เอฟดีเอ็มเอ

 

รูปช่วงคลื่นความถี่ของเอฟดีเอ็มเอ

 

      เป็นการแยกแถบคลื่นความถี่ หรือสเปกตรัม (Spectrum)  ให้เป็นช่องทางเสียงที่แตกต่างกันโดย การแยกออกเป็นส่วนของแบนด์วิดธ์ หรือช่วงความถี่ของคลื่นวิทยุ (Banwidth)

 

 

รูปเอฟดีเอ็มเอ

 

เพื่อจะทำความเข้าใจในเอฟดีเอ็มเอ ให้นึกว่าเป็นสถานีวิทยุ แต่ละสถานีส่งสัญญาณความถี่ที่ต่างกันภายในแถบคลื่นความถี่ที่มีอยู่ เอฟดีเอ็มเอส่วนใหญ่จะใช้ส่งสัญญาณแบบอนาล็อก และแน่นอนมันก็เป็นพาหะในการส่งข้อมูลทางดิจิตอลด้วย แต่จะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไหร่ในการส่งข้อมูลแบบดิจิตอล

 

 

8.2 ทีดีเอ็มเอ

 

      การติดต่อจากสถานีลูก หรือตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่ กับสถานีฐาน ที่ใช้วิธีการทีดีเอ็มเอ ก็ คือการแบ่งช่องเวลาออกเป็นช่องเล็ก ๆ และแบ่งกันใช้ ซึ่งจะทำให้ใช้ช่องสัญญาณความถี่วิทยุได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกมาก

 

 

รูปช่วงคลื่นความถี่ของทีดีเอ็มเอ

 

      เข้าสู่วิธีการใช้ประโยชน์ของ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics industry) และอุตสาหกรรมด้านการสื่อสารโทรคมนาคม (Telecommunications industry) ที่กำหนดเป็นมาตรฐานระหว่างช่วงเวลา (Interim Standard: IS)- 54 และมาตรฐานระหว่างช่วงเวลา- 136 (IS-136)

 

      การใช้ทีดีเอ็มเอใช้แถบคลื่นความถี่แคบ (Narrow band) ช่วงคลื่นกว้าง 30 kHz และความยาวคลื่น 6.7 มิลลิวินาที (milliseconds) มีการแบ่งเวลาออกเป็นสามช่อง

 

      แถบคลื่นความถี่แคบ หมายถึง ช่องสื่อสาร (Channels) ในความหมายดั้งเดิม คือการสนทนาแต่ละคนจากการรับวิทยุใช้เวลาหนึ่งในสาม นี้คือความเป็นไปได้เพราะว่าข้อมูลเสียงนั่นมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางดิจิตอลที่ถูกบีบอัด เพื่อให้มีพื้นที่น้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญในการส่ง

 

      เพราะฉะนั้น ทีดีเอ็มเอจึงมีความสามารถสามเท่าของระบบอนาล็อกในการใช้จำนวนที่เหมือนกันของช่องสื่อสาร ระบบทีดีเอ็มเอทำงานในแต่ละแถบคลื่นความถี่ 800 MHz (IS-54) หรือ 1900MHz (IS-136

 

รูปเทียบกันของเอฟดีเอ็มเอ และทีดีเอ็มเอ


วิดีโอการทำงานของทีดีเอ็มเอ

 

 

 

 

 

ข้อคิดดี ๆ ที่นำมาฝาก

 

“ทำลายคนหนึ่งคน

ใช้แค่คำพูดคำเดียวก็เพียงพอ

แต่ถ้าปั้นคนหนึ่งคน

 

ต้องใช้คำพูดเป็นร้อยเป็นพันคำ”

Share on Facebook
 
Google

WWW
http://www.thummech.com/
ฟังเพลงออนไลน์ คลิกเลย
 
Copyright © 2013-2015 Thummech All Rights Reserved. 
Powered by  ThaiWebPlus 
คนธรรมดามีความรู้คือคนฉลาด คนฉลาดมีความเข้าใจคือคนธรรมดา