ยาง 2 : Thummech.com

 บทความ
 อิเล็กทรอนิกส์
 ทฤษฏีสัมพัทธภาพ
 ไครโอเจนิกส์
 เฮลิคอปเตอร์
 เกียร์อัตโนมัติ
 โทรศัพท์มือถือ
 ยาง
 รถไฟความเร็วสูง
 คลัตช์ และกระปุกเกียร์ธรรมดา
 เจ็ทแพ็ค
 แผ่นดินไหว
 คู่มือ ต้องรอด
 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
 ดาวเทียม
 เชื่อมโลหะใต้น้ำ
 กังหันลมผลิตไฟฟ้า
 เครื่องยนต์ดีเซล
 เครื่องยนต์เบนซิน
 คัมภีร์สงครามซุนวู ฉบับเข้าใจง่าย
 โลหะ
 ฟิสิกส์
 ปัญหาพระยามิลินท์
 ยานยนต์สมัยใหม่
 แมคาทรอนิกส์
 เครื่องกล 6 แกน
 เครื่องยนต์เจ็ท
 หุ่นยนต์
 สินค้า ผลงาน
 เขียนแบบ
 ออกแบบ คำนวณ
 วางโครงการ
วันนี้ 233
เมื่อวาน 388
สัปดาห์นี้ 1,552
สัปดาห์ก่อน 2,826
เดือนนี้ 9,178
เดือนก่อน 19,285
ทั้งหมด 558,061
  Your IP :54.80.227.189

2. ต้นยาง กับยางธรรมชาติ

 

      ชนชาติเมโสอเมริกัน เช่น ชาวมายัน และแอซเทซเป็นชนชาติแรกที่ ตัดยางเอาน้ำยางมาใช้จากต้นยางที่มีมากมายที่พบในอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ ซึ่งพันธุ์ของต้นยางพารามีมากมายหลายพันธ์ ที่นิยมนำเอายางมาใช้  อาทิเช่น

 

  • ต้นยางพาราบราซิล (Hevea braziliensis) เป็นต้นยางในเชิงพาณิชย์ที่พบมากที่สุดจากประเทศบราซิล

 

 

รูปต้นยางพาราจากบราซิล

แนะนำเพื่อให้อ่านได้ต่อเนื่องให้ คลิกขวาเลือก Open link in new window

 

รูปพันธุ์ยางพาราจากบราซิล

 

  • ต้นยางพารากายอานนา (Hevea guyanensis) ต้นกำเนิดพบในกายอานนา ประเทศฝรั่งเศส

 

รูปยางพารากายอานนา

 

  • คาสติลา อีลาสติกา (Castilla elastica) บางครั้งเรียกว่าต้นยางเม็กซิโก หรือต้นยางปานามา

 

รูปยางคาสติลา อีลาสติกา

 

      การสำรวจ และการล่าอาณานิคม ของนักสำรวจได้เก็บตัวอย่างของต้นไม้เหล่านี้ไว้ เมื่อพวกเขามุ่งหน้ากลับไปสู่ยุโรปก็ได้พามันมาด้วย จนในที่สุดเมล็ดจากต้นไม้เหล่านี้ ถูกส่งไปยังสวนยางพาราในภูมิภาคเขตร้อนอื่น ๆ ในช่วงของยุคการล่าอาณานิคมของยุโรป

 

รูปวาดการล่าอาณานิคมของยุโรป

      ปัจจุบัน ยางธรรมชาติส่วนใหญ่มาจากลาตินอเมริกา นำไปปลูกที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย นอกจากนี้ยังมี อินเดีย, ศรีลังกา และ แอฟริกา เพราะพื้นที่เหล่านี้ เหมาะแก่การปลูกยาง และส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ซึ่งมีหลายพันธุ์มากมายเช่น

 

  • ยางอินเดีย หรือยางด่าง (Ficus elastica) สายพันธุ์นี้ปลูกในพื้นที่เขตร้อน พบได้ในชวา และมาเลเซีย

 

  • ยางไหม (Funtumia elastica, Silkrubber) ปลูกในพื้นที่แอฟริกาใต้

 

  • ยางแลนโดเฟีย โอวาเรียนซิส (Landolphia owariensis) ปลูกอยู่ในลุ่มแม่น้ำคองโก

 

 

แต่ทั้งหมดของต้นยางเหล่านี้ ยางที่ดีที่สุดคือ ยางที่มาจากประเทศบราซิล

     

      ชาวเมโสอเมริกัน จะเก็บรวบรวมน้ำยางที่แห้ง และมาทำเป็นลูก และสิ่งของอื่น ๆ เช่น รองเท้า พวกเขาจะจุ่มเท้าของพวกเขาลงในน้ำยาง และปล่อยให้มันแห้ง หลังจากที่แห้งก็จุ่มใหม่จนมันหนา พวกเขาก็จะลอกยางที่ติดเท้า และจะได้รองเท้าที่ใช้เท้าเป็นแม่แบบ

 

      เขาพบว่าเมื่อเสร็จแล้วก็นำไปรมควันเพื่อให้รองเท้าของพวกเขาแข็งขึ้น นอกจากนี้ชนชาวเมโสอเมริกันยังทำผ้ากันน้ำโดยเคลือบด้วยน้ำยาง และปล่อยให้มันแห้ง กระบวนการนี้ได้เคยใช้ทำสิ่งของที่เป็นยางในช่วงตลอดศตวรรษที่ 18

 

รูปลูกบอลยางของชาวเมโสอเมริกัน

 

      โคลัมบัสได้ซื้อลูกบอลยางกลับมาหลังจากที่เดินทางสำรวจโลกของเขา และในต้น พ.ศ. 2243  ตัวอย่างของยาง และต้นยางได้ถูกซื้อกลับมาที่ยุโรป ในเวลานั้น ยางก็ยังคงให้ความแปลกใหม่ ยางที่ทำในชนชาติ เมโสอเมริกัน คล้ายกับยางลบดินสอ มันมีความนุ่ม และยืดหยุ่น

 

      ในปี พ.ศ. 2313 นักเคมีที่ชื่อ โจเซฟ เพรทลีย์ (Joseph Priestley) ได้เผลอนำยางมามาใช้ลบในกระดาษ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นยางลบได้ที่เราเห็นในปัจจุบัน ขณะนั้นที่นำยางมาใช้ในการป้องกันการรั่วซึม และทำรองเท้ายาง มันก็ยังคงมีปัญหาอยู่

 

      คุณสามารถเห็นปัญหาด้วยตัวคุณเองสำหรับนำไปทำเป็นยางลบดินสอ ใช้ยางลบ และวางอยู่ภายใต้ความร้อนที่รุนแรงเป็นเวลาหลายนาที คุณจะเห็นอะไร? ยางลบจะได้รับความนุ่ม และเหนียว  ลองทำตรงข้าม คือ เอายางลบมาแช่แข็งในห้องเย็นหลายนาที จะเห็นอะไร? ยางลบจะแข็ง และเปราะ เป็นสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นกับยางในตอนแรก

 

      ลองจินตนาการที่ซึ่งมันจะชอบเดินรอบรองเท้ายางของคุณในวันที่ร้อน หรือเย็น รองเท้าจะใส่ไม่ได้ เสื้อผ้าที่เป็นยางจะติดกับเก้าอี้ถ้าขณะที่กำลังนั่งอยู่ในวันที่อากาศร้อน

 

      ส่วนยางพาราในประเทศไทย ก็มาจากสายพันธุ์ประเทศบราซิล ถูกนำเข้ามาประมาณ ปี พ.ศ. 2442 นำเข้ามาโดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นผู้นำยางมาปลูกเป็นคนแรกที่ภาคใต้ของไทยใน อ.กันตัง จ. ตรัง

 

รูปพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี

 

รูปยางต้นแรกของประเทศไทย

 

แล้วได้ส่งคนไปเรียนรู้การปลูกยาง ตัดยางแล้วมีการนำพันธ์ยางไปแจกจ่ายเพื่อส่งเสริมการปลูกทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้  จนถึงปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกยางพารามากกว่า 12 ล้านไร่ กระจายไปตามภาคใต้ ขยายต่อไปที่ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

รูปการกรีดยาง

 

รูปน้ำยาง

 

      ต้นยางที่จะเติบโตจนกระทั่งกรีดได้ต้องใช้เวลาประมาณ 6 ปี ผลผลิตที่ได้จากการกรีดยาง ซึ่งเรียกว่า น้ำยาง (Latex)  มีวิธีการกรีดน้ำยางออกมาจากต้นยางมีหลักการง่าย ๆ ก็คือ กรีดในเวลากลางคืน หลังเที่ยงคืนไปแล้ว ช่วงเวลานี้ จะให้น้ำยางได้มากกว่าในเวลากลางวัน ไม่กรีดยางในวันที่ฝนตก ยางผลัดใบ

 

      การกรีดโดยนำมีดกรีดยางมาแตะกรีดที่ผิวต้นยางกรีดวันละหนึ่งชั้น ตัดในแนวทแยงทำมุมประมาณ 30 องศาบาง ๆ เพื่อเอาเศษเปลือกไม้ยางออก ก็จะมีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนมจะค่อย ๆ ไหลออกมาจากเปลือกไม้ที่กรีด ทำทางให้ไหลลงไปในจอกยาง ทิ้งเอาไว้แล้วไปกรีดต้นอื่นต่อไป

 

      หลังจากนั้นประมาณ 6 ชั่วโมง น้ำยางก็จะหยุดไหล น้ำยางจึงสามารถเก็บลงสู่ถัง นำไปขาย ทำแผ่น แล้วต้นยางก็สามารถกรีดรอยใหม่ได้อีกครั้งในวันถัดไป ปกติจะใช้วิธีการกรีด 3 วัน หยุด 1 วัน เพื่อให้ต้นยางได้พักผ่อน สามารถดูวิธีการกรีดยางได้จากวิดีโอด้านล่าง

 

วิดีโอการกรีดยาง

 

วิดีโอการกรีดยาง 2

 

เว็บไซต์วิธีการกรีดยาง

 

รูปต้นยาง

 

 

 

 

ข้อคิดดี ๆ ที่นำมาฝาก

“อยู่ในที่มืดมิด ไม่น่ากลัวเท่า

อยู่กับความคิด ที่มืดมน”

 

 

Share on Facebook
 
Google

WWW
http://www.thummech.com/
ฟังเพลงออนไลน์ คลิกเลย
 
Copyright © 2013-2015 Thummech All Rights Reserved. 
Powered by  ThaiWebPlus 
คนธรรมดามีความรู้คือคนฉลาด คนฉลาดมีความเข้าใจคือคนธรรมดา