คัมภีร์สงครามซุนวู ฉบับเข้าใจง่าย 7 : Thummech.com

 บทความ
 อิเล็กทรอนิกส์
 ทฤษฏีสัมพัทธภาพ
 ไครโอเจนิกส์
 เฮลิคอปเตอร์
 เกียร์อัตโนมัติ
 โทรศัพท์มือถือ
 ยาง
 รถไฟความเร็วสูง
 คลัตช์ และกระปุกเกียร์ธรรมดา
 เจ็ทแพ็ค
 แผ่นดินไหว
 คู่มือ ต้องรอด
 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
 ดาวเทียม
 เชื่อมโลหะใต้น้ำ
 กังหันลมผลิตไฟฟ้า
 เครื่องยนต์ดีเซล
 เครื่องยนต์เบนซิน
 คัมภีร์สงครามซุนวู ฉบับเข้าใจง่าย
 โลหะ
 ฟิสิกส์
 ปัญหาพระยามิลินท์
 ยานยนต์สมัยใหม่
 แมคาทรอนิกส์
 เครื่องกล 6 แกน
 เครื่องยนต์เจ็ท
 หุ่นยนต์
 สินค้า ผลงาน
 เขียนแบบ
 ออกแบบ คำนวณ
 วางโครงการ
วันนี้ 86
เมื่อวาน 528
สัปดาห์นี้ 2,429
สัปดาห์ก่อน 2,826
เดือนนี้ 10,055
เดือนก่อน 19,285
ทั้งหมด 558,938
  Your IP :54.156.82.247

บทที่ ๖ การรู้ตื้นลึกหนาบาง

 

ทัพฝ่ายไหนเดินทัพมาถึงสมรภูมิก่อนได้เปรียบ ฝ่ายนั้นไม่อิดโรย

 

       ทัพฝ่ายไหนถึงทีหลัง ต้องเตรียมการรบอย่างฉุกละหุก ฝ่ายนั้นเหนื่อยล้า

 

       กองทัพที่ชำนาญการศึก ย่อมเป็นฝ่ายบงการศึก ไม่ยอมให้ข้าศึกมาบงการตน

 

       จะหลอกล่อข้าศึกให้เข้าในพื้นที่ที่เรากำหนด ก็ให้หลอกล่อให้ข้าศึกเกิดความโลภ จะสกัดกั้นไม่ให้ข้าศึกเข้ามาในพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้เข้า ก็จงทำลายสิ่งที่ทำให้โลภนั้นเสีย

 

      ถึงแม้ว่าข้าศึกจะมีความกระฉับกระเฉง ก็สามารถทำให้ข้าศึกมีความอิดโรยได้ แม้นข้าศึกอิ่ม ก็ทำให้ข้าศึกนั้นหิวได้ แม้นข้าศึกตั้งมั่นในฐานที่มั่น ก็ทำให้ข้าศึกสามารถย้ายกองทัพได้

 

      ก็เป็นเพราะว่าเราเข้าโจมตีในส่วนที่มีความสำคัญของข้าศึก จงทำให้ข้าศึกเกิดความสับสนอลหม่าน และเข้าตีในส่วนที่ข้าศึกนึกไม่ถึง

 

      กองทัพเดินทางไกล โดยไม่อ่อนล้า ก็เพราะเดินทัพในเส้นทางที่ปลอดศัตรู เวลาเข้าโจมตีต้องโจมตีในส่วนที่ข้าศึกไม่สามารถป้องกันได้ ถึงคราวตั้งรับก็ตั้งรับอย่างมั่นคง เพราะต้องตั้งรับในส่วนที่รู้ว่าข้าศึกต้องโจมตีเราแน่ ๆ

 

      ทหารที่สันทัดในการบุกโจมตี ก็ให้เข้าโจมตีในส่วนที่ข้าศึกขาดการป้องกัน

 

      ทหารที่สันทัดในการตั้งรับ ก็จงป้องกันพื้นที่ที่ข้าศึกจะไม่เข้าตี

 

      ดังนั้น ผู้ที่ชำนาญการโจมตี ข้าศึกจะไม่รู้ว่าควรป้องกันที่ใด

 

      ส่วนผู้ที่ชำนาญในการตั้งรับ ข้าศึกก็จะไม่รู้ว่าจะเข้าตีที่ใด

 

      ทหารที่บุกโจมตีข้าศึกโดยข้าศึกไม่อาจตั้งรับได้ ก็เพราะเข้าโจมตีจุดอ่อนของข้าศึก

 

      ส่วนทหารที่จำเป็นต้องถอยทัพโดยศัตรูตามไม่ได้ จะกระทำอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครไล่ตามทัน เปรียบเหมือนไป-มาดังลมพัด

 

      ดังนั้น ถ้าเราต้องการรบ ก็รบ ถึงแม้ว่าข้าศึกจะสร้างป้อมปราการไว้สูง และแข็งแกร่งเท่าใด ก็ต้องจำเป็นที่จะต้องทิ้งค่ายออกมารบอยู่ดี เพราะเราจะโจมตีในส่วนที่ข้าศึกจำเป็นต้องกอบกู้

 

      หากฝ่ายเราไม่ต้องการรบ ข้าศึกก็จะไม่มารบด้วย ก็เพราะว่าเราจะเปลี่ยนเป้าการโจมตีของข้าศึก ข้าศึกก็จะรีบไปป้องกันที่จุดนั้น

 

      ดังนั้นเราจะสามารถกำหนดรูปแบบของข้าศึกได้ แต่เราต้องไม่มีรูปแบบที่แน่นอน (ไร้กระบวนทัพ เพื่อไม่ให้ข้าศึกจับทางได้) เมื่อเราไม่มีรูปแบบที่แน่นอน เราจึงสามารถรวมกำลังของเรา แบ่งแยกกำลังข้าศึกได้ เราสามารถรวมกันเป็นหนึ่ง แต่ข้าศึกแตกแยกกันเป็นสิบ จึงเปรียบได้ว่าเราใช้หนึ่งโจมตีสิบ

 

      สถานการณ์นี้เราจะมีกำลังมากเข้าตีข้าศึกที่กำลังน้อยกว่าได้ ผู้ชำนาญการสงครามที่ใช้กำลังมากตีกำลังน้อยจะสามารถกำจัดฝ่ายข้าศึกได้

 

      เราจะรบกับข้าศึก โดยข้าศึกไม่สามารถล่วงรู้ได้ เมื่อไม่รู้ก็ต้องป้องกันไปเกือบทุกแห่ง ทำให้กองกำลังถูกแบ่งออกไป จำนวนพลที่ป้องกันก็จะยิ่งน้อย

 

      เช่นถ้าข้าศึกป้องกันด้านหน้า กำลังด้านหลังก็เบาบาง เมื่อป้องกันด้านหลัง กำลังด้านหน้าก็เบาบาง เมื่อป้องกันด้านซ้าย กำลังด้านขวาก็เบาบาง มาป้องกันทางขวา กำลังด้านซ้ายก็เบาบาง และเมื่อป้องกันทุกแห่ง กองกำลังแต่ละแห่งก็เบาบาง

 

      เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าศึกจะอ่อนแอเพราะทำการแบ่งกำลังป้องกันเกือบทุกที่ กองกำลังฝ่ายเราจึงมีกำลังเข้มแข็ง เพราะเราได้ทำการแบ่งกำลังข้าศึก

 

      ถ้าข้าศึกสามารถคาดเดาเหตุการณ์  เวลา และสถานที่ในการสู้รบได้ล่วงหน้า ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลจากที่ทำการรบ ก็สามารถทำศึกได้

 

      ถ้าข้าศึกไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ เวลา และสถานที่ที่จะสู้รบได้ล่วงหน้า เมื่อทำการแบ่งแยกกำลังข้าศึกแล้ว ด้านหน้าก็จะช่วยด้านหลังไม่ได้ ด้านหลังก็จะช่วยด้านหน้าไม่ได้ ปีกขวาก็จะช่วยปีกซ้ายไม่ได้ ปีกซ้ายก็จะช่วยปีกขวาไม่ได้ ยิ่งถ้าอยู่ห่างไกลกัน ข้าศึกจะทำการได้ทันหรือ? แล้วกองทัพที่มีขนาดใหญ่ก็จะมีประโยชน์อะไรล่ะ พูดได้ว่าชัยชนะนั้นเราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ แม้ว่ากองทัพข้าศึกมีกำลังมหาศาลเราก็สามารถทำให้ข้าศึกไม่อาจสู้รบต่อกรกับเราได้

 

      ดังนั้น เราจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ เพื่อให้รู้ถึงจุดอ่อนจุดแข็งในแผนการ

 

ต้องกวนข้าศึกให้ปั่นป่วน เพื่อหยั่งเชิงกองทัพข้าศึก

 

ต้องรู้กฎเกณฑ์ และรูปแบบของข้าศึก เพื่อทราบจุดเป็นจุดตาย

 

และ ต้องทำการสู้รบดูเพื่อหาจุดอ่อน และจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย

     

      สิ่งสำคัญในการวางแผนจัดรูปกระบวนศึก อยู่ที่จะไม่กำหนดรูปร่างให้แน่ชัด เพื่อว่าข้าศึกที่อาจเป็นสายลับแอบแฝงในกองทัพไม่สามารถดูรูปกระบวนศึกออก หรือถึงแม้ว่าข้าศึกจะดูออก แต่ก็ไม่สามารถทำลายแผนนั้นได้

 

      และเมื่อแผนนี้ใช้สู้รบจนได้รับชัยชนะแล้ว ก็จะไม่ใช้ยุทธวิธีนั้นซ้ำอีก แต่จะวางแผนโดยดูสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปโดยไม่รู้จักจบสิ้น กล่าวว่าในการทำสงครามจะไม่มีสภาวะใดคงที่ 

 

 

Share on Facebook
 
Google

WWW
http://www.thummech.com/
ฟังเพลงออนไลน์ คลิกเลย
 
Copyright © 2013-2015 Thummech All Rights Reserved. 
Powered by  ThaiWebPlus 
คนธรรมดามีความรู้คือคนฉลาด คนฉลาดมีความเข้าใจคือคนธรรมดา